วันจันทร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ประเด็นและแนวโน้มในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศทางการพยาบาล

ประเด็นและแนวโน้มในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศทางการพยาบาล
    

                     ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสารสนเทศไม่ใช่จะมีอิทธิพลต่อนักสารสนเทศ นักวิทยาศาสตร์ วิศวกรและผู้อยู่ในแวดวงสารสนเทศเท่านั้น     ในอนาคตเทคโนโลยีสารสนเทศจะมีอิทธิพลต่อทุกๆ คนภายในครอบครัว      หน่วยงานต่างๆ รวมถึงโรงเรียน  สถานศึกษา หรือแม้กระทั่งในโรงพยาบาล      นอกจากคอมพิวเตอร์ซึ่งเป็นอุปกรณ์สำคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศจะกลายเป็นเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันเช่นเดียวกับ    รถยนต์ ตู้เย็น       เครื่องรับโทรทัศน์แล้วคอมพิวเตอร์จะรวมอยู่ในอุปกรณ์ดังกล่าวด้วย

ระบบสารสนเทศโรงพยาบาล (Hospital  Information  System)


ระบบสารสนเทศที่ใช้ในโรงพยาบาลจำแนกตามลักษณะงาน
• ระบบงานบริการผู้ป่วย (Front Office)
• ระบบงานบริหารจัดการ ที่ไม่เกี่ยวกับงานบริการ (Back Office)
Front Office
ระบบงานบริการผู้ป่วย (Front Office)
– ระบบเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Medical Records หรือ Electronic Health Records)
– ระบบสารสนเทศโรงพยาบาล (Hospital Information System) หรือระบบสารสนเทศทางคลินิก
(Clinical Information System)
– ระบบงานย่อยๆ ของหน่วยบริการภายในโรงพยาบาล
Back Office
ระบบงานบริหารจัดการ ที่ไม่เกี่ยวกับงานบริการ (Back Office)
– ระบบสารสนเทศเพื่อการบริหาร (Management Information Systems หรือ MIS)
– ระบบบริหารจัดการทรัพยากรองค์กร (Enterprise Resource Planning หรือ ERP)
– ระบบสารสนเทศการวิจัยและการศึกษา
– เว็บไซต์ และอินทราเน็ตภายในองค์กร
– ระบบงานสารบรรณ (การเวียนเอกสาร)
ระบบสารสนเทศในโรงพยาบาลจำแนกตามหน่วยงานที่ใช้
  ใช้ทั่วทั้งองค์กร หรือหลายหน่วยงาน (Enterprise-wide Systems)
• MPI, ADT
• EHRs/EMRs/HIS/CIS
• CPOE & CDSS
• PACS
• Nursing applications
• MIS, ERP
  ใช้เฉพาะบางหน่วยงาน (Departmental Systems)
• ระบบงานห้องยา (Pharmacy applications)                   • E-Learning
• LIS, RIS                                                                   • ระบบเฉพาะทาง (Specialized applications) เช่น                ระบบงาน ER,OR, LR, Anesthesia, Critical Care, Blood Bank
Master Patient Index (MPI)                                                 
• ระบบทะเบียนผู้ป่วย
Functions
– การลงทะเบียน (Registration) และระบุตัวตน (identification)
ของผู้ป่วย โดยใช้เลขประจำตัวผู้ป่วย (HN)
– การบันทึกและแก้ไขข้อมูลส่วนตัวของผู้ป่วย (patient
demographics)
– ระบบอื่นๆ ในโรงพยาบาลมักใช้ข้อมูลจากระบบนี้เพื่อ
ระบุตัวตนหรือสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับตัวผู้ป่วย
ก.jpg
Admission-Discharge-Transfer (ADT)
• ระบบงานรับผู้ป่วยใน จำหน่าย และย้าย/ส่งต่อผู้ป่วย
Functions
– สนับสนุน Admission, Discharge และ Transfer ผู้ป่วย
(เรียกกระบวนการ ADT ว่า “patient management”)
– ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานะของผู้ป่วยว่า admit อยู่หรือไม่ รวมทั้งหอ
ผู้ป่วยที่ admit
– ให้ข้อมูลที่ใช้ในการคำนวณอัตราครองเตียง (bed occupancy)
– เชื่อมโยงกับระบบการเงิน และการส่งข้อมูลเพื่อเบิกจ่ายค่า
รักษาพยาบาล
Bed Management (from ADT System)
ข.png
ระบบตรวจสอบสิทธิค่ารักษาพยาบาล
(Insurance Eligibility System)
• Functions
– ตรวจสอบว่าผู้ป่วยมีสิทธิค่ารักษาพยาบาลอะไรบ้าง เช่น สิทธิ
ประกันสุขภาพ (30 บาท), สิทธิประกันสังคม, สิทธิข้าราชการ
เป็นต้น หรือไม่มีสิทธิใดๆ (เงินสด)
– ตรวจสอบว่าสิทธิค่ารักษาพยาบาลของผู้ป่วย ครอบคลุมการ
บริการที่ผู้ป่วยจะได้รับหรือไม่ (coverage) เพื่อคำนวณค่าใช้จ่าย
– อาจต้องเชื่อมโยงกับระบบตรวจสอบสิทธิค่ารักษาพยาบาลของ
หน่วยงานต่างๆ เช่น สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
สำนักงานประกันสังคม กรมบัญชีกลาง
ระบบนัดหมายผู้ป่วย
(Appointment Scheduling)                    
• Functions
– บันทึกข้อมูลการนัดหมายของผู้ป่วย
– กำหนดจำนวนผู้ป่วยที่สามารถนัดได้ต่อแพทย์หรือต่อหน่วยตรวจ
– สนับสนุนการเลื่อนนัดหรือยกเลิกนัด
– แสดงรายชื่อผู้ป่วยที่นัดหมายในวันหนึ่งๆ ของแต่ละหน่วยตรวจได้
– สามารถปรับจำนวนผู้ป่วยที่สามารถนัดได้   หรือกำหนดวันหยุดที่ห้ามนัดได้

ระบบงานพยาบาล (Nursing Applications)
Functions (บางส่วน)
• บันทึก nursing assessments, interventions และ nursing
outcomes
• ช่วยสนับสนุนการลง charting และ vital sign recording
• อาจใช้มาตรฐานข้อมูลทาง nursing informatics
• ช่วยในการบันทึกแผนการรักษา (care-planning)
• สนับสนุนการสื่อสารภายในทีมและระหว่างเวร เช่น ระบบ e-Kardex
• บันทึกเหตุการณ์ความเสี่ยง (incidents) ต่างๆ
ระบบงานห้องยา (Pharmacy Applications)
Functions
• สนับสนุนกระบวนการทำงาน (workflow) ตั้งแต่การสั่งยา (medication orders/prescription) ไปจนถึงการจ่ายยา(dispensing) และการคิดราคายา
• ลดความผิดพลาดทางยา (medication errors) และช่วยส่งเสริมความปลอดภัยทางยา (medication safety)
• ช่วยสนับสนุนการบริหารจัดการคลังยา (drug inventorymanagement)
ค.gif
Laboratory Information System (LIS)
Functions
• รับข้อมูลและประมวลผล Lab orders ที่มีการสั่งมา               
• การ match tube และ specimen กับผู้ป่วย ในระบบ
• กระบวนการภายในห้อง Lab
– การประมวลผล Order (Order processing)
– การลงทะเบียนรับ specimen (Specimen registration & processing)
– การตรวจสอบผลและรายงานผล Lab (Lab results validation & reporting)
– การเก็บ Specimen ไว้ในคลัง (Specimen inventory)
ง.jpg
ระบบภาพทางการแพทย์ (Imaging Applications): ระบบแสดงภาพ (PACS)
            กก.jpg
ขข.jpg
Picture Archiving and Communication System (PACS)
• รับภาพ x-ray จากเครื่อง x-ray modalities ต่างๆ และบันทึกเข้าสู่ระบบ
• การแสดงภาพ x-ray ให้บุคลากรทางการแพทย์อ่าน
• ส่วนใหญ่ใช้กับภาพ x-ray เป็นหลัก แต่อาจใช้ในสาขาเฉพาะทางอื่นๆ ได้ เช่น
โรคหัวใจ ส่องกล้อง พยาธิวิทยา และจักษุวิทยา เป็นต้น
• ข้อดี: ประหยัดพื้นที่เก็บฟิล์ม x-ray, ค่าพิมพ์ฟิล์ม ป้องกันการทำฟิล์ม x-ray
สูญหาย สามารถดูภาพพร้อมกันหลายคนได้ ดูภาพจากทางไกล (เช่น ที่บ้าน)
ได้ รวมทั้งคุณสมบัติในการคำนวณและประมวลผลภาพด้วยคอมพิวเตอร์
(image processing & manipulation)





ระบบภาพทางการแพทย์ (Imaging Applications):ระบบสารสนเทศทางรังสีวิทยา
Radiology Information System (RIS)
หรือ Workflow Management
• สนับสนุนกระบวนการทำงาน (workflow) ภายในหน่วยงานรังสีวิทยา (radiology department)
ตั้งแต่การลงทะเบียนผู้ป่วย(patient registration) การนัดหมายเอกซเรย์(appointments & scheduling)
การส่งปรึกษา (consultations) การพิมพ์รายงานการอ่านภาพเอกซเรย์(imaging reports) เป็นต้น
ระบบงานการเงิน (Billing System)
• Functions
– คำนวณค่าบริการสำหรับการให้บริการที่ผู้ป่วยได้รับ
– คำนวณค่าใช้จ่ายที่ต้องเรียกเก็บตามสิทธิค่ารักษาพยาบาลของผู้ป่วย
(insurance eligibility) และความครอบคลุมการบริการต่างๆ (coverage)
– บันทึกจำนวนเงินที่ผู้ป่วยชำระและยอดคงเหลือ เพื่อการติดตามทวงค่าใช้จ่ายในอนาคต
– ส่งข้อมูลยอดเงินที่ได้รับไปยังระบบบัญชีหรือระบบ Back Office เพื่อ
บันทึกรายได้ของโรงพยาบาล และเพื่อการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลที่
เหลืออยู่จากกองทุนต่างๆ (reimbursement claims to government agencies)
Computerized Physician Order Entry (CPOE)
Functions
• แพทย์สั่ง medication/lab/diagnostic/imaging orders ผ่านคอมพิวเตอร์
• พยาบาลและเภสัชกร ตรวจสอบความเหมาะสมของ orders และรับไปดำเนินการ
• มักถือเป็นส่วนหนึ่งของระบบ EHRs หรือ HIS
ประโยชน์
• ไม่มีลายมือแพทย์ใน Order!!!
• สามารถกำหนดให้ป้อนข้อมูลให้ครบถ้วนได้ (เช่น dose, unit, route, frequency ในการสั่งยา)
ลดโอกาสผิดพลาด
• ไม่มีกระบวนการคัดลอก order (transcription) ลดโอกาสผิดพลาด
• สามารถนำระบบช่วยสนับสนุนการตัดสินใจทางคลินิก (CDSS) มาช่วยได้ (เช่น ตรวจสอบการแพ้ยา
หรือ drug interactions)
• ช่วยให้กระบวนการจากการสั่ง order ไปจนถึงสิ้นสุดกระบวนการ รวดเร็ว มีการประสานงานร่วมกัน
Clinical Decision Support Systems (CDSS)
• ระบบสนับสนุนการตัดสินใจทางคลินิก (สนับสนุน Clinical Decision Making)
• CDSSมีหลากหลายรูปแบบ
– Expert systems (ทำหน้าที่เป็นผู้เชี่ยวชาญ ตอบคำถามหรือให้ข้อมูลที่ต้องการ)
• ใช้artificial intelligence, machine learning, ตรรกะ หรือวิธีการทางสถิติ
• ตัวอย่าง: ระบบที่ช่วยให้ differential diagnoses หรือแนะนำแนวทางการรักษา
– Alerts & reminders (การเตือนให้ทำหรือไม่ทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง)
• อาศัยเงื่อนไขตามที่ได้รับการออกแบบ
• ตัวอย่าง: drug-allergy checks, drug-drug interaction checks, drug-lab interaction
checks, reminders for preventive services or certain actions (e.g. smoking
cessation), clinical practice guideline integration
– ฐานข้อมูลความรู้ต่างๆ เช่น ฐานข้อมูลยา (drug database)
– ระบบง่ายๆ ที่ช่วยสนับสนุนการตัดสินใจ เช่น การ highlight ผล lab ที่ผิดปกติ เป็นต้น




ระบบเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์
(Electronic Medical Records)
เวชระเบียนผู้ป่วย (Medical Records)
ททท.png

เวชระเบียนคือ
• เอกสารที่บันทึกข้อมูลประวัติการเจ็บป่วยของผู้ป่วย การตรวจร่างกาย
และการให้การรักษาของสถานพยาบาล
• Medical Records vs. Health Records มีความหมายเหมือนกัน
การใช้ประโยชน์จากเวชระเบียน
• เพื่อความต่อเนื่องในการดูแลรักษา (Continuity of Care)
– บันทึกข้อมูลสำคัญสำหรับการดูแลรักษาในอนาคต
– สำคัญมากสำหรับผู้ป่วยโรคเรื้อรัง (chronic diseases) เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือกรณีนัดตรวจติดตามผล (follow-up) เช่น หลังผ่าตัด
  • เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย
– ป้องกันอันตรายที่ผู้ป่วยอาจได้รับเพราะไม่ทราบประวัติผู้ป่วย
– เช่น ประวัติแพ้ยา (drug allergies), list of current medications,problem list


                        ด้านการพยาบาลก็ได้มีการนำเอาระบบสารสนเทศเข้ามาประยุกต์ใช้ในการพยาบาล    ไม่ว่าจะเป็นการนำมาประยุกต์ใช้ทางคลินิก   ซึ่งในการประเมิน  เฝ้าระวัง  สังเกตอาการ  และบันทึกข้อมูลผู้ป่วย    การประยุกต์ในชุมชน เช่น  ระบบที่มีการควบคุม   การส่งข้อมูลเกี่ยวกับการเกิดโรค  การะบาดของโรคต่างๆ   การใช้ระบบสารสนเทศในการบริหารพยาบาล   หรือ  ใช้ในการทำวิจัยทางการพยาบาล   จากตัวอย่างที่ได้กล่าวมาข้างต้น   จะเห็นได้ว่าระบบสารสนเทศได้เข้ามามีบทบาทในแทบทุกๆภาคส่วนในงานด้านการพยาบาล   จึงเป็นเหตุผลว่าแนวโน้มในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศทางการพยาบาลนั้นเพิ่มขึ้น      จึงมีความจำเป็นอย่างมากที่จะต้องมีการพัฒนาด้านระบบสารสนเทศทางการพยาบาลให้มีความทันสมัย    และรองรับกับนำมาใช้ในการปฏิบัติงานด้านการพยาบาล

1.ทิศทางการพัฒนาสารสนเทศทางการพยาบาล
1.1 พยาบาลสารสนเทศ และพยาบาลเพิ่มสมรรถนะด้านการใช้เทคโนโลยีและการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อนำมาใช้ประโยชน์
1.2 ระบบสารสนเทศทางการพยาบาลที่เชื่อมโยงในแต่ละระดับของข้อมูล(หน่วยงาน โรงพยาบาล จังหวัด ส่วนกลาง)
 1.3 การนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในระบบการปรึกษางานการพยาบาลทั้งระบบพยาบาลปรึกษาพยาบาลเฉพาะทาง และระบบผู้ป่วย/ประชาชนปรึกษาพยาบาล
1.4 การนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ประโยชน์ให้ประชาชนได้มีโอกาสเข้าถึงข้อมูลด้านการพยาบาลเพิ่มมากขึ้น